"เมเจอร์-สหมงคลฯ"โขกค่าตั๋ว"ต้มยำกุ้ง2"แพงมหาโหด! คอหนังทุน500ล.สับเละ! "มาม่า-ปิกอัพ"ช่วยอะไร?


เห็นทีว่า บรรดาแฟนๆ ภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ภาค 2   ที่เพิ่งเข้าฉายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่  23 ตุลาคม ที่ผ่านมานี่เอง จะดูมีปฏิกิริยาต่อการขึ้นราคา การรับชมผ่านโรงภาพยนตร์ เครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป มากขึ้นๆ เสียแล้ว ในสังคมออนไลน์ หลังจากมีการแชร์รูปภาพ  ประกาศการปรับขึ้นราคาตั๋วเพิ่มขึ้นที่นั่งละ 20 บาท ซึ่งแพงกว่าการรับชมภาพยนตร์อื่นๆ ทั่วไปที่เข้าฉายอยู่ในโรงขณะนี้  พร้อมกับอ้างเรื่องต้นทุนของการสร้างหนังเรื่องดังกล่าว ที่นำแสดงโดย พระเอกบู๊มือหนึ่งของประเทศไทย   "จา พนม ยีรัมย์"  , หม่ำ จ๊กมก ,จี้จ้า ญาณิน ,หญิง รฐา โพธิ์งาม  กำกับการแสดงโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พันนา ฤทธิไกร  โดยมีใจความว่า
       
 "เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง 2 บริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด ผู้สร้างภาพยนตร์ได้ลงทุนสร้างกว่า 500 ล้านบาท ด้วยเทคโนโลยีระดับ Hollywood สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในรูปแบบ 3 มิติตลอดทั้งเรื่อง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จึงมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนค่าบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ภาค 2 ตลอดโปรแกรมการฉาย"





เรื่องนี้  กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ในสื่อโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมถึงเว็บบอร์ดชื่อดังใน เว็บไซต์พันทิพ ที่มีคนนำไปตั้งกระทู้จำนวนมาก  พร้อมกับการตั้งคำถามไปยัง ค่ายหนังอย่าง สหมงคลฟิล์ม ที่สร้างหนังมาด้วยทุนขนาดนี้ แล้วเกี่ยวอะไรกับผู้ที่สนใจจะรับชมด้วย เพราะหนังจากต่างประเทศ ที่ต้นสูงกว่านี้หลายเท่าบางเรื่อง ก็ยังรับชมได้ในราคาปกติ

ขณะที่ ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของ สหมงคลฯ ในชื่อ "  Sahamongkolfilm International" ก็ได้มีการขึ้นข้อความ ชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยแทบจะทันทีว่า 

"เห็นมีหลายคนถามมาว่าทางบริษัทฯ ขึ้นค่าตั๋วต้มยำกุ้ง2 หรือไม่นั้น ขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัท สหมงคลฟิล์ม ฯ ไม่มีนโยบายขึ้นราคานค่าบัตรชม ต้มยำกุ้ง2 แต่อย่างใดการปรับค่าบัตรชมภาพยนตร์เป็นนโยบายของแต่ละโรงภาพยนตร์ครับ ทางค่ายไม่มีส่วนในการกำหนดราคาดังกล่าว"






ทว่า เมื่อสหมงคลฯ แจ้งมาอย่างนี้แล้ว ทางโรงภาพยนตร์ ในเครือแมเจอร์ ก็มิได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่แท้จริงในการขึ้นราคาหนังบู๊แอ็คชั่น เรื่องที่หลายคนรอคอยมายาวนานนี้ ... ไม่ว่าจะเป็นที่หน้าเว็บไซต์หลัก อย่าง www.majorcineplex.com  หรือแม้กระทั่งในเฟซบุ๊กแฟนเพจ  Major Cineplex Group (Thailand)

 และยังคงมีการอัพเดทข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์ เรื่องต่างๆ รวมถึงกิจกรรม และโปรโมชั่นให้เลือกใช้อย่างต่อเนื่อง






 เมื่อ "มติชนออนไลน์" ตรวจสอบราคาตั๋วเข้าชม  "ภาพยนตร์เรื่องทั่วไป"  ต่อหนึ่งที่นั่ง ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ล่าสุด ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ก็ยังคงราคาอยู่ที่  170 บาท ในโรงภาพยนตร์ธรรมดา  ขณะที่นั่งพิเศษ  190 บาท  ,ที่นั่งโอเปร่า  คู่ละ 600 บาท  ส่วนราคาโรงภาพยนต์ 3 มิติ    ที่นั่งธรรมดา  190 บาท ,ที่นั่งพิเศษ  210 บาท  ซึ่งจะบวกค่าแว่นตาที่ใช้สวมใส่ขณะเข้าชมอีก 50 บาท(แต่ถ้าใครเคยรับชมในแบบโรงภาพยนตร์ประเภทนี้ โดยซื้อไปแล้วก็นำกลับมาใช้ได้ตลอด) 

แต่กรณี หนัง "ต้มยำกุ้ง ภาค 2 " จะบวกเพิ่มไปอีก 20 บาท ในที่นั่งทุกประเภท....!! และทางเมเจอร์ ก็ยังคงจำหน่ายในราคาที่กำหนดมาตามนโยบายที่ประกาศแจ้งไว้ดังเดิม




แต่กระนั้น หากผู้รับชมต้องการจะชมภาพยนตร์ "ต้มยำกุ้งภาค 2" ในราคาที่พิเศษ  คือ ไม่จ่ายจัดหนักแบบที่ทางโรงภาพยนตร์กำหนด  ก็มีช่องทางในการได้ส่วนลด จากการไปซื้อ    "มาม่า  คัพ"  (หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของภาพยนต์เรื่องนี้)  แล้วฉีกชิ้นส่วนข้างกระป๋อง มาแลกเป็นส่วนลดตั๋วหนัง  เฉพาะเรื่อง "ต้มนยำกุ้ง" ทันที  40 บาท   เฉพาะ  2 ที่นั่ง

ถ้ามารับชมเดี่ยวๆ หรือมาเป็นจำนวนเลขคี่ ก็จะ "อด"ส่วนลดนี้ไป...






โปรโมชั่น ที่ดูเหมือนจะสุดคุ้มนี้ เมื่อมาหักลบกันดีๆ ก็จะพบว่า  การรับชมภาพยนตร์ "ต้มยำกุ้ง ภาค 2 "  ต่อ 2 ที่นั่ง ก็เท่ากับว่า ไม่ได้รับส่วนลดอะไรเลย เพราะเท่ากับจ่ายในราคาปกติของการชมภาพยนตร์ในเรื่องทั่วไป

หลายคนมองว่า นี่เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอันแยบยล ที่สินค้าอื่นๆ มักจะทำโปรโมชั่นร่วมกัน เพื่อกระตุ้นยอดขายของทั้งมาม่า เมเจอร์ ที่อาจเอื้อประโยชน์กัน

ในขณะที่สหมงคลฟิล์ม ไม่รู้เรื่องอะไร ??

ทั้งนี้   ผู้บริโภค  แทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย จากการเสียค่าตั๋วหนังใบหนึ่งเป็นราคาหลักสองร้อยบาทขึ้น ทั้งยังต้องซื้อ มาม่า เพื่อไปรับส่วนลดราคา  ภายใต้กำหนดเขตการแลกรับส่วนลดไว้จนถึงแค่วันที่ 27 ตุลาคม 2556  หรือจนกว่าจะหมดโควต้า  และเฉพาะแค่สาขาที่ร่วมกิจกรรม  ก็มีแค่    เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์, พาราไดซ์ ซีนีเพล็กซ์, เมกา ซีนีเพล็กซ์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ อีจีวี ทุกสาขา (ยกเว้น พารากอน ซีนีเพล็กซ์)

แต่ถ้าใครจ่ายราคา ที่เมเจอร์กำหนดแต่โดยดี โดยไม่โอดอาย ทางโรงภาพยนตร์ ก็มีโปรโมชั่น "ใหญ่มาก" ให้กับผู้รับชม ได้มีโอกาสลุ้นเป็นเจ้าของ ปิกอัพฮีโร่ นิว มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ รุ่น ดับเบิ้ลแค็ป มูลค่า 879,000 บาท  หากซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ต้มยำกุ้ง 2   ทุก 2 ที่นั่ง รับคูปอง 1 ใบ ลุ้นเป็น 1 ใน 10 ผู้โชคดี ร่วมไขกุญแจเป็นเจ้าของ  ที่มีแค่ จำนวน 1 รางวัล




เรียกว่า ที่ซื้อๆ ตั๋วหนังกันแพงนี่  ยังมีโอกาสได้ลุ้นรางวัลใหญ่ เป็นรถปิกอัพ ตั้ง 1 คัน!!



ขณะที่ ในเฟซบุ๊ก ทั้งของ เมเจอร์ฯ และสหมงคลฯ ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นต่อภาพยนตร์ ทุนสร้าง 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าหนัง ที่ดูผ่านโรงภาพยนตร์ ในเครือเมเจอร์ อย่างน่าสนใจ ดังนี้


-เมเจอร์ฉวยโอกาสหลายครั้งแล้วนะ เครือนี้ทำไมชอบเอาเปรียบผู้บริโภค

-  แหม่ Hollywood จริงๆ ถ่ายทำมากกว่า 500 ยังไม่ขึ้นราคาเลย

- คือถ้าอ้างแบบแมวๆว่าเพราะคุณภาพระดับ hollywood แบบนี้ถ้าเอาหนังเมืองนอกมาฉายบัตรคุณท่านไม่พุ่งไปใบละ 500 เลยหร๊าาาแสรดดดเอ้ย มุขฟายเครียดชัดๆเลยนี่หว่าห่านลาก

- เหมือนเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ ออกทุนสร้างด้วยเลย แลดูเป็นห่วงหนังจะได้เงินน้อย ถ้าทางสหฯไม่ทำอะไรมีผลกระทบหนังแน่ ๆ หรือถ้าทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้ ก็แล้วแต่กำลังจ่ายคนดูละครับ

- เปิดตัววันแรก ต้มยำกุ้ง2 EGV โคราช ดิจิตอล 190บาท 3D 230บาท ผมก็ต่างจังหวัดนะแต่แพงหูฉีก

- โอ้ยยย 500 ล้านอารัยกัน ซีจีก็ไม่ได้ต่างกะละครไทยเลย!!ตอนจบก็ตัดบทไปเฉยๆ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก ช้างหาย ไปตามช้าง แล้วก็ใส่แอ็คชั่น นู้นนี่นั่นเข้าไปหน่อย หรือว่า 500 ล้าน เอาไปจ้าง เด็กแว้นกะสก้อยหรอคะ ? ตอบทีเถอะ เสียดายตังค์มาก ต้องจ่ายแพงกว่า แถมหนังก็เดิมๆอีก

- ปล่อยราคาตั๋วหนังลอยตัวแบบนี้ ใครจะตั้งราคายังไงก็ได้ เหมือนดูหมิ่นคนดูนะครับ ติเพื่อก่อนะ คนจะไปดูหนังซุมออนไลน์โหลดบิทกันหมดนะ

-  คำประกาศแทนที่จะช่วยให้หนังมีคนดู  แต่กลับทำให้คนดูหนังน้อยลงซะงั้น  ... แว่วๆ มา รายได้ค่อนข้างน่าผิดหวังมาก  เชื่อดิ มีการลดราคาลงมาเท่าเก่าแน่ๆ










ในสังคมออนไลน์ ยังพบว่า มีคอหนังบางกลุ่ม เชิญชวนกันไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต่อกรณีการขึ้นราคาตั๋วชมภาพยนตร์อย่างไม่เป็นธรรมของเครือเมเจอร์กันบ้างแล้ว


กรณีนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ทาง เมเจอร์ถุกร้องเรียน แต่ก็ยังคงมีการดำเนินธุรกิจ โดยขยับราคาเข้าชมภาพยนตร์เพิ่มไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

และเมื่อ ทาง "มติชนออนไลน์" พยายามติดต่อสอบถามไปยัง ฝ่ายประชาสัมพันะของเครือเมจอร์ กรุ๊ป ก้พบว่า ไม่สาารถติดต่อได้





ในฐานะผู้บริโภค ที่เต็มใจจะอุดหนุน หนังสัญชาติไทย ผลิตและสร้างโดยคนไทย เพื่อคนไทย ก็ได้แต่รอคอยว่า  ทั้งโรงหนังที่ตั้งใจอยากจะเข้าไปชม กับทางค่ายหนังที่หวังจะให้คนในชาติได้เกิดความภาคภูมิใจกับผลงานระดับฮอลลี วูด จะออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร ?


และรายได้ เมื่อหมดโปรแกรมเข้าฉาย จะโกยได้เท่าทุน มากกว่าทุน หรือต่ำกว่าทุนแค่ไหน ?


ต้องคอยติดตามข่าวสารกันให้ดี...พร้อม กับยคำถามที่ไม่ใช่ว่า "ช้างกูอยู่ไหน"  แต่เป็นว่า "ความคุ้มค่ากับการรอคอยชมภาพยนตร์ไทยระดับโลก คืออะไร?"

matichon.co.th