ศาลโลกมีอำนาจรับตีความตามคำร้องของกัมพูชาแต่จะไม่ตัดสินขัดแย้งกับคำ พิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 ซึ่งในคำพิพากษาปี2505 พบว่า กรณีนี้เป็นประเด็นในเรื่องเขตอำนาจอธิปไตยมากกว่าเรื่องเขตแดน

โดยศาลปฏิเสธที่จะตัดสินตามคำขอของกัมพูชา ที่ให้รับรองสถานะของแผนที่ภาคผนวก 1 ในฐานะเครื่องกำหนดเส้นเขตแดน เพราะอยู่นอกเหนือขอบเขตคำพิพากษาเดิม และจะพิจารณาคำพิพากษาปี2505เฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้นซึ่งศาลเห็น ว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนและอธิปไตยของกัมพูชา
แต่ในคำพิพากษาในปี2505 ศาลไม่ได้พิจารณารวมพื้นที่กว้างและไม่ได้กำหนดพื้นที่ใกล้เคียงปราสาทพระ วิหาร ไม่คลอบคลุมพื้นที่ภูมะเขือว่าอยู่ในพื้นที่อยู่ในประเทศใด โดยศาลบอกว่าตอนนี้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้วเห็นว่าทั้ง2ประเทศต้องพูด คุยกันเองเพื่อปกป้องมรดกโลก ภายใต้การดูแลของยูเนสโก โดยศาลโลกมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่ากัมพูชามีอธิปไตยในดินแดนทั้งหมดของปราสาทพระวิหารและประเทศไทยต้องถอนทหารตำรวจจากเขตแดนดังกล่าว
ทั้งนี้ท่านทูตวีระชัย หัวหน้าคณะฯ ได้เผยเบื้องต้นว่า กัมพูชาไม่ได้รับสิ่งที่มาขอศาลโลกทั้งพื้นที่ 4.6ตร.กม.และพื้นที่ภูมะเขือ โดยรายละเอียดจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงค่ำวันนี้
MThai News
