แหล่งที่มา : http://flash-mini.com/
หลอนสุดขีด
เรื่องเล่าประสบการณ์ หลอนสุดขีด "ปวัตน์" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากนักร้องคาเฟ่
ในยุคที่คาเฟ่กำลังฮิต
ผมกับเพื่อนๆ กลายเป็นลูกค้าตัวยงไปเลยครับ
เที่ยวคาเฟ่จนติดงอมแงมเหมือนโดนมนต์สะกด
คืนไหนไม่ได้ไปดูนักร้องสาวสวยกระโดดโลดเต้นบนเวทีอวดขาอ่อนขาวๆ
ก็หงุดหงิดจนนอนเกือบไม่หลับแน่ะ
ว่าแต่นักร้องสาวๆ นี่มีเสน่ห์เรียกแขกตรงไหนล่ะ?
โธ่เอ๊ย!
ถึงไม่บอกก็คงรู้หรอกน่า
นอกจากสวยเซ็กซี่ที่ดึงดูดใจเสี่ยหนุ่มกับป๋าแก่แล้ว
ลีลาบนเวทีของคุณเธอยังมีเสน่ห์เหลือกินเหลือการละครับ
ในที่สุดผมก็มาติดแหง็กอยู่ที่คาเฟ่ใกล้ๆ บ้านแถวสะพานควายนี่เอง!
ที่นั่นมีวงดนตรีคึกคักกว่า
คาเฟ่แห่งอื่นๆ ในย่านนั้น
ซึ่งมีแต่อีเลคโทนตัวเดียว...นักร้องสาวสวยอื้อซ่าบรรยากาศดีมีระดับ
ถึงราคาจะสูงกว่าที่อื่นนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรเพราะเที่ยวแล้วสบายใจ
ไม่ต้องกังวลว่าตอนดึกๆ จะมีรายการแก้วบิน ขวดบินห้ามหัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
สรุปว่าผมได้แฟนนักร้องชื่อ
แพร เช่าห้องอยู่หน้าคาเฟ่นั่นแหละ
ต้องยอมรับว่าเธอมีเสน่ห์ดึงดูดใจไปสารพัด ไม่ว่าหน้าตาสะสวย
เรือนร่างของสาววัย 18 อรชรอ้อนแอ้นสมส่วน โดยเฉพาะกิริยาวาจาสุภาพอ่อนโยน ไม่ก๋ากั่นเหมือนนักร้องหลายๆคนที่ผมรู้จัก
ผมไปหาเธอที่ห้องชั้นสองใกล้ๆ บันได หน้าต่างเปิดออกไปสู่ลานจอดรถ มีห้องน้ำเล็กๆ ผิดกว่าห้องเช่าส่วนมากในย่านนั้นที่ใช้ห้องน้ำรวม
เท่าที่ดูจากตู้เตียง
โต๊ะเก้าอี้และชั้นวางของที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกสารพัดอย่าง
พอจะเดาได้ว่าแพรมาเช่าห้องอยู่ที่นั่นเกือบปีมาแล้ว
ผมไปมาหาสู่เธอราวสามเดือน แพรเล่าว่าเป็นสาวจากภาคอีสานตอนบน
เพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นนักร้องคาเฟ่ไปเยี่ยมบ้าน แล้วชวนมาเที่ยวกรุงเทพฯ
และนั่นเป็นการเริ่มต้นอาชีพนักร้องตั้งแต่นั้นมา
บางคืนก็ชวนเพื่อนไปเที่ยว แต่ส่วนมากผมมักจะไปคนเดียว ติดมาลัยน้ำใจให้เธอครั้งละห้าร้อยบาท...รวมแล้วไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4-5 พันบาท
วันไหนว่างตอนกลางวันก็แวะไป
หา...เดินผ่านเคาน์เตอร์ชั้นล่าง ขึ้นบันไดไปเคาะประตูเรียกบ้าง
ไขกุญแจเข้าไปเลยบ้าง...เรามีความสุขด้วยกันทุกครั้งจนกว่าจะถึงตอนค่ำที่
แพรจะต้องแต่งตัวไปร้องเพลง บางคืนผมก็ตามไปเที่ยวที่นั่น
แต่บางคืนก็กลับบ้านเลย
จนกระทั่งถึงวันที่เกิดเหตุน่าขนหัวลุก!
ผมไปถึงห้องแพรราวบ่ายสอง
เคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบเลยไขกุญแจเข้าไป...เธอกำลังอาบน้ำเสียงซู่ซ่า
อยู่พอดี ร้องออกมาว่า...รอเดี๋ยวนะคะ
เอนร่างบนเตียงมองไปที่
หน้าต่างที่มีม่านบางๆ ลายสวยปิดสนิท เปิดเทปฟังเพลงจนเริ่มง่วง
แพรก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา มีผ้าเช็ดตัวลายดอกไม้กระโจมอกมาผืนเดียว
เธอเดินไปเช็ดเนื้อตัวที่หน้ากระจกก่อนจะชายมามองยิ้มๆ แบบยั่วเย้า
พอผมกางแขนแพรก็หัวเราะระริกก่อนจะโผเข้ามาหาอ้อมแขนของผมฉับพลัน...
หลับผล็อยไปถึงเย็น
แพรไม่ได้อยู่ในห้องเสียแล้ว...เธอคงจะแต่งตัวออกไปร้านทำผมแล้วเข้า
คาเฟ่...ผมตัดสินใจไม่แวะไปหาเธอแต่ขับรถกลับบ้านเลย
อีกราว 3-4
วันต่อมาผมโทร.ไปหาพนักงานบอกว่าไม่เห็นแพรมาหลายวันแล้ว! เป็นไปไม่ได้
แพรไม่เคยกลับบ้านโดยไม่บอกกล่าวนี่นา
ผมเลยตัดสินใจบึ่งรถไปหาเธอที่ห้องพัก...แต่แพรไม่อยู่จริงๆ แฮะ
ข้าวของต่างๆยังอยู่ครบจนน่าแปลกใจ
ออกไปดื่มเบียร์รอจนถึงเย็นแล้วย้อนไปที่คาเฟ่ ถามพนักงานก็บอกว่าแพรไม่ได้มาที่คาเฟ่ตั้งเกือบอาทิตย์แล้ว...เอ๊ะ!ยังไง? นักร้องทยอยกันมาถึงก็ให้คำตอบตรงกัน
ผมมึนงงจนคิดอะไรไม่ออก จะว่าแพรกลับบ้านก็ไม่ได้ลากัปตัน... เธอไปไหนแน่
ย้อนขึ้นไปที่ห้องเธออีกครั้ง...สรรพสิ่งดูเงียบเชียบเยือกเย็นอยู่ในแสงไฟ ผมมองดูภาพถ่ายของแพรที่มองตอบมาเศร้าๆ แล้วใจหาย
คุณพระช่วย! ช่างเหมือนกับจ้องมองนัยน์ตาของภาพถ่ายที่เจ้าตัวตายจากไปแล้ว!
ผมเซซังออกจากที่นั่นด้วยความ
สับสนมึนงง
บ้านเธอที่ต่างจังหวัดผมก็ไม่รู้จัก...ย้อนกลับไปที่คาเฟ่นั้นอีกครั้ง
เรียกเพื่อนๆของเธอมานั่งคุยด้วย
แต่ไม่มีใครได้ข่าวแพรแม้แต่คนเดียว...ยกเว้นนักร้องชื่ออ๋อยย่นคิ้วอย่าง
ครุ่นคิด
"เอ...อ๋อยเคยเห็นแพรยืนมองมาจากหน้าต่างเมื่อคืนนี้เอง...พอจะถามว่าไปไหนมาก็หายไปแล้ว เมื่อ 2-3 คืนก่อนก็เห็นแพรมาเดินอยู่หน้าคาเฟ่นี่เอง แต่พอเปิดประตูไปหาก็ไม่ยักเห็นแฮะ"
แพรหายสาบสูญตั้งแต่บัดนั้นจน ถึงทุกวันนี้ เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว ผมนึกถึงวันสุดท้ายที่แพรออกจากห้องน้ำมาหาผมเป็นครั้งสุดท้าย ชักไม่แน่ใจว่านั่นเป็นแพรที่มีชีวิตหรือเปล่า? นึกแล้วขนหัวลุกครับ!
http://www.toptenthailand.com/23-5667.html